ข้อมูลพื้นฐาน
รายการรายละเอียดชื่อไทยเก๊กฮวย / เบญจมาศสวน / เบญจมาศหนูชื่อจีน菊花 (จวี๋ ฮวา) ชื่อสามัญ Chrysanthemum / Garden Mum / Florist’s Daisy ชื่อวิทยาศาสตร์ Chrysanthemum morifolium Ramat. (ดอกขาว) และ Chrysanthemum indicum Linn. (ดอกเหลือง) วงศ์ Compositae (Asteraceae) ประเภทไม้ล้มลุก ลำต้นตรง ความสูงประมาณ 50–120 ซม. ถิ่นกำเนิดประเทศจีนและญี่ปุ่น แพร่กระจายสู่กัมพูชา ลาว และไทย
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
เก๊กฮวยจัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก เจริญเติบโตเป็นพุ่มแผ่ไปตามพื้นดิน ใบเดี่ยวรูปรี ขอบใบเว้าเป็นหยักลึก มีช่อดอกแบบ Head ประกอบด้วยดอกเล็กๆ จำนวนมาก ดอกที่อยู่รอบนอก (Ray florets) มองเห็นกลีบดอกได้ชัดเจน ส่วนดอกชั้นใน (Disc florets) รวมกันอยู่เป็นกระจุกตรงกลางดอก และเป็นดอกสมบูรณ์เพศ
สรรพคุณและประโยชน์
ดอกเก๊กฮวยมีสารพวกฟลาโวนอยด์ สารไครแซนทีมิน สารอดีนีน กรดอะมิโน และน้ำมันหอมระเหย ช่วยรักษาและป้องกันโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ขยายหลอดเลือด ลดการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว
ประโยชน์ของเก๊กฮวย ได้แก่ ช่วยดับกระหาย เพิ่มความสดชื่น กำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยแก้ร้อนใน มีฤทธิ์เป็นยาเย็น ช่วยบำรุงสายตา บำรุงตับ บรรเทาอาการวิงเวียน บำรุงโลหิต และช่วยขับลม
คุณสมบัติและข้อดี
🌼 ดอกสวยงาม ปลูกประดับได้และนำมาชงดื่มเป็นชาสมุนไพรได้
💰 มูลค่าสูง สามารถแปรรูปเป็นดอกแห้งได้ราคาดี
🏔️ เพาะปลูกได้ดีในพื้นที่สูงของประเทศไทย เช่น ภาคเหนือ
🌿 ปลูกได้ทั้งในแปลงดินและกระถาง
🐝 ดึงดูดผึ้งและแมลงผสมเกสรตามธรรมชาติ
ข้อจำกัด
- ชอบอากาศเย็น อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีที่เหมาะสม 15°C ในเมืองไทยควรปลูกช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน
- ต้องการการเด็ดยอดและดูแลสม่ำเสมอเพื่อให้ดอกดก
- ไม่ทนน้ำขัง ดินต้องระบายน้ำดีเสมอ
การใช้งาน
ชาสมุนไพร — นำดอกสดหรือดอกแห้งมาชงดื่ม
ปลูกประดับสวนและบ้าน — ดอกสีสันสวยงามตลอดฤดูหนาว
เชิงพาณิชย์ — ขายดอกสด ดอกแห้ง น้ำเก๊กฮวย ชาเก๊กฮวย
สมุนไพรพื้นบ้าน — ใช้ในตำรับยาแผนจีนและยาสมุนไพร
ข้อมูลเมล็ดพันธุ์
รายการรายละเอียดชื่อสินค้าเมล็ดพันธุ์ดอกเก๊กฮวยอัตราการงอก≥ 80% อุณหภูมิงอก 18–21°C
ระยะเวลางอก 10–14 วัน ที่อุณหภูมิดิน 20–22°C
ความลึกหว่านประมาณ 1 มม. — ตื้นมาก
ระยะห่างต้น 25–45 ซม.
ดินที่เหมาะสมดินร่วน pH 6.5–7.5
แสงแดดแดดจัด 4–6 ชั่วโมง/วัน ฤดูปลูก (ไทย) กรกฎาคม–สิงหาคม (ออกดอกช่วงหนาว) ความสูงเต็มที่50–120 ซม.สีดอกขาว / เหลือง
วิธีการปลูกจากเมล็ดที่ถูกต้อง
ขั้นที่ 1 — เตรียมวัสดุปลูก
ผสมดินปลูกกับคอมโพสต์อินทรีย์หรือปุ๋ยมูลไส้เดือน รักษาดินให้เป็นกรดเล็กน้อยถึงกลาง pH 6–7 สภาพแวดล้อมนี้ช่วยเพิ่มอัตราการงอกและความแข็งแรงของต้นกล้า
หรือใช้สูตรที่แนะนำโดยกรมวิชาการเกษตร: ทรายหยาบ 1 ส่วน ขุยมะพร้าว 1 ส่วน แกลบดิบ ½ ส่วน แกลบดำ ½ ส่วน และปุ๋ยหมัก
ขั้นที่ 2 — เพาะเมล็ดในถาด
กดเมล็ดเบาๆ ลงบนผิวดิน กลบด้วยเวอร์มิคิวไลต์หรือดินร่วนบางๆ — เมล็ดต้องการแสงในการงอก อย่ากลบหนาเกินไป
รดน้ำด้วยขวดพ่นฝอยให้ดินชื้นสม่ำเสมอ คลุมถาดด้วยพลาสติกใสเพื่อรักษาความชื้นและเร่งการงอก วางในที่มีแสงทางอ้อมและอบอุ่น
ขั้นที่ 3 — ดูแลต้นกล้า (10–14 วันแรก)
รักษาอุณหภูมิประมาณ 21–24°C รักษาดินชื้นสม่ำเสมอแต่ไม่แฉะ เมื่อต้นกล้างอกขึ้นให้ถอดพลาสติกออกทันทีเพื่อให้อากาศถ่ายเท เมื่อต้นกล้าออกใบจริงชุดแรกให้แสงสว่างมากขึ้น
ขั้นที่ 4 — ย้ายกล้าลงแปลงหรือกระถาง
ต้นกล้าพร้อมย้ายหลังจากหว่านเมล็ดประมาณ 1 เดือน
เตรียมแปลงในช่วงต้นฤดูฝน พฤษภาคม–มิถุนายน ขุดพลิกดินตากแดด 10–14 วัน ยกแปลงสูง 15 ซม. กว้าง 1 เมตร ระยะระหว่างแปลง 50 ซม. ใส่ปุ๋ยคอกอัตรา 1–2 ตันต่อไร่ อาจใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ร่วมด้วย ปลูกในช่วงกรกฎาคม–สิงหาคม โดยใช้ระยะปลูก 30×30 ซม.
ขั้นที่ 5 — การรดน้ำหลังย้ายปลูก
หลังย้ายปลูกสัปดาห์แรกให้น้ำวันละ 2 ครั้ง ช่วงเช้าและเย็น หลังจากสัปดาห์แรกจึงให้น้ำวันละ 1 ครั้ง ช่วงเช้า
ขั้นที่ 6 — การเด็ดยอด (สำคัญมาก เพื่อให้ดอกดก)
การตัดแต่งครั้งที่ 1 ทำหลังปลูก 20 วัน เพื่อให้ได้ทรงพุ่ม ทำการเด็ดยอดให้เหลือใบติดต้นประมาณ 6 ใบ แล้วรอให้หน่อใหม่ 3 หน่อต่อต้น
เพื่อให้ดอกดกขึ้น ควรเด็ดยอดทุก 20 วัน รวม 4 ครั้ง
การดูแลรักษาประจำ
การให้ปุ๋ย
เริ่มให้ปุ๋ยหลังย้ายปลูก 1 เดือน โดยให้ปุ๋ยสูตร 21-0-0 อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อต้นอายุ 60 วัน จึงให้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่
สำหรับปลูกในกระถาง: ให้ปุ๋ย NPK สมดุลหรือคอมโพสต์อินทรีย์ทุก 3–4 สัปดาห์ในช่วงเจริญเติบโต ไนโตรเจนมากเกินไปจะทำให้ออกดอกน้อย รักษาสารอาหารให้สมดุล
การตัดแต่ง
เด็ดยอดอ่อนสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นให้แตกกิ่งหนาแน่น ตัดดอกโรยออกและกิ่งอ่อนแอออกเพื่อส่งพลังงานไปที่การเติบโตใหม่
แสงเพิ่มกลางคืน
ต้องให้แสงเพิ่มเวลากลางคืน ในช่วงเวลา 19.00–22.00 น. เพื่อกระตุ้นการออกดอก
การเก็บดอก
ดอกเก๊กฮวยจะเก็บเมื่อดอกบาน นำมาตากแห้งเก็บไว้ได้นาน ต้มกับน้ำจะมีสีเหลืองอ่อน
โรคและแมลงศัตรูพืช
โรคใบแห้ง เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ระบาดมากในสภาพอากาศร้อนและความชื้นสูง ป้องกันโดยใช้กิ่งปักชำที่ปราศจากโรค หากระบาดในแปลงให้เผาทำลาย หรือฉีดพ่นด้วยสเตรปโตมัยซิน
ปัญหาสาเหตุวิธีแก้โรคใบแห้งเชื้อแบคทีเรีย อากาศร้อนชื้นฉีดพ่นสเตรปโตมัยซินโรคใบจุดเชื้อรา ระบาดฤดูฝนฉีดพ่นสารป้องกันเชื้อราโรคราแป้ง ความชื้นสูง อากาศอับเพิ่มระยะห่าง รดน้ำที่โคนต้นเพลี้ยอ่อน ไรแมงมุม แมลงดูดน้ำเลี้ยงฉีดน้ำมันสะเดา หรือสบู่แมลงต้นไม่ออกดอกไม่เด็ดยอด หรือแสงไม่พอเด็ดยอดทุก 20 วัน เพิ่มแสงกลางคืน
ปฏิทินการปลูก (สำหรับประเทศไทย)
เดือนกิจกรรมพ.ค.–มิ.ย.เตรียมแปลง ขุดพลิกดิน ตากแดดก.ค.–ส.ค.หว่านเมล็ด/ย้ายกล้า ลงแปลงส.ค. (20 วันหลังปลูก)เด็ดยอดครั้งที่ 1 + ใส่ปุ๋ย 21-0-0ก.ย.–ต.ค.เด็ดยอดครั้งที่ 2–4 ทุก 20 วันต.ค. (อายุ 60 วัน)ใส่ปุ๋ย 15-15-15พ.ย.–ก.พ.ดอกบาน เก็บเกี่ยว
สรุปข้อมูลสินค้า
รายการรายละเอียดชื่อสินค้าเมล็ดพันธุ์ดอกเก๊กฮวยขนาดบรรจุ 50 เมล็ด / 100 เมล็ด / 200 เมล็ด / 500 เมล็ดอัตราการงอก≥ 80% ระยะงอก10–14 วันฤดูปลูก (ไทย) ก.ค. – ส.ค. ฤดูออกดอกพ.ย. – ก.พ.ความสูงเต็มที่50–120 ซม.สีดอกขาว / เหลืองใช้ประโยชน์ดื่ม / ประดับ / ขายดอก
จุดขาย: เมล็ดพันธุ์ดอกเก๊กฮวย ปลูกได้ประโยชน์ 2 ต่อ — ทั้งสวยงามประดับบ้านสวนในฤดูหนาว และดื่มเป็นชาสมุนไพรบำรุงสุขภาพ แปรรูปเป็นดอกแห้งขายสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย

















รีวิว
ยังไม่มีบทวิจารณ์