ข้อมูลพื้นฐาน
รายการรายละเอียดชื่อภาษาไทยหญ้านวลน้อย, หญ้ากำมะหยี่, หญ้าง่วนน้อยชื่อสามัญ Manila Grass / Temple Grass ชื่อวิทยาศาสตร์ Zoysia matrella (L.) Merr. วงศ์ Gramineae (Poaceae) ถิ่นกำเนิดประเทศไทย และฟิลิปปินส์อายุพืชไม้ยืนต้น (Perennial) อายุหลายปี
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ต้นสูง 25–35 ซม. มีไหลยาว 30–45 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 1.6–2.6 มม. ใบกว้าง 2.2–3.2 มม. ยาว 7.1–11.5 ซม. หน้าใบมีขนสีขาวสั้น
ใบหญ้าเรียวยาวเล็กละเอียด นิ่ม สีเขียวอ่อน มีลำต้นเล็กต่อเป็นข้อปล้องสั้นๆ เมื่อข้อปล้องสัมผัสพื้นดินจะแตกรากออกเพื่อดูดอาหาร เกิดเป็นลำต้นใหม่ไหลไปกับพื้นดิน
คุณสมบัติและข้อดี
- ลำต้นและใบยืดหยุ่นตัวได้ดี ทนต่อสภาพการเหยียบย่ำทั้งของคนและรถยนต์ เวลาเดินเหยียบจะรู้สึกนุ่มเท้า ใบอ่อนนุ่มไม่หยาบกร้าน ทนต่อสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้ง ทนต่อดินเปรี้ยว และทนต่อดินเค็มได้ดีเนื่องจากใบมีต่อม salt gland ที่สามารถขับโซเดียมและคลอรีนออกได้
- เป็นหญ้าที่ทนโรคและแมลงได้ดีที่สุด เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการสนามหญ้าสวยแต่ไม่มีเวลาดูแล ความต้องการแสงแดด 6–7 ชั่วโมงต่อวัน
ข้อจำกัด
ไม่ชอบที่ร่มมาก ความต้องการแดดที่เหมาะสมอยู่ที่ 70% เมื่ออยู่ในที่ร่มมากไปหญ้าจะค่อยๆ บางลงจนหายไปในที่สุด และไม่ชอบอากาศหนาว เมื่อถึงฤดูหนาวหญ้าจะอยู่ในสภาวะจำศีล คือไม่โต แต่ก็ไม่ถึงตาย
การใช้งาน
ใช้ปลูกทำลานหญ้าภายในบ้านหรือสวนหย่อม ขอบแปลงจัดสวน สนามกีฬา สนามเด็กเล่น ลานหญ้าสวนสาธารณะ สนามกอล์ฟโดยเฉพาะพื้นที่กรีนรอบหลุมกอล์ฟ นอกจากนี้ยังใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดินป้องกันการกัดเซาะหน้าดิน และใช้เป็นอาหารหยาบสำหรับเลี้ยงโค กระบือ แพะ และแกะ
วิธีการปลูกที่ถูกต้อง
ขั้นที่ 1 — เตรียมพื้นที่
นำวัชพืชที่ไม่ต้องการออกให้หมด จากนั้นปรับพื้นที่ดินเดิมให้เรียบตามต้องการ แล้วนำทรายมาปรับหน้าดินอีกครั้ง ความหนาของทรายประมาณ 3–5 ซม. เพื่อช่วยระบายน้ำ
ขั้นที่ 2 — ปลูก (กรณีหว่านเมล็ด)
หว่านเมล็ดให้สม่ำเสมอทั่วแปลง อัตราประมาณ 5–10 กรัม/ตร.ม.
คลุกเคล้าเมล็ดกับดินเบาๆ หรือกลบด้วยดินปลูกบางๆ
รดน้ำให้ชุ่มทันที
ขั้นที่ 3 — ดูแลหลังปลูก (สัปดาห์แรก — สำคัญที่สุด)
หลังจากปลูก 1 สัปดาห์แรก ต้องรดน้ำวันละ 4–5 ครั้ง เน้นรดน้ำเวลาที่มีแดดจัดเพื่อลดความร้อน จนกว่ารากหญ้าจะแข็งแรงและดูดน้ำเลี้ยงตัวเองได้
ขั้นที่ 4 — หลัง 7–10 วัน
ใช้ลูกกลิ้งกลิ้งอัดให้รากหญ้าแน่นกับดิน เพื่อให้รากสัมผัสดินและหยั่งรากได้ดีขึ้น
ขั้นที่ 5 — หลังปลูก 20 วัน
ตัดยอดหญ้าทิ้ง พร้อมใส่ปุ๋ยและรดน้ำหลังการตัด จากนั้นตัดใบอีก 2 ครั้ง ห่างกันครั้งละประมาณ 7–10 วัน เพื่อกระตุ้นให้แตกกอหนาแน่น
การดูแลรักษาประจำ
การให้น้ำ
หลังจากปลูก 1 สัปดาห์แรก ให้รดน้ำ 3–4 ครั้งต่อวัน หลังจากนั้น 1–2 ครั้งต่อวัน และให้หมั่นดูแลช่วงฤดูแล้ง เมื่อหญ้าตั้งตัวดีแล้ว ลดเหลือ 2–3 ครั้ง/สัปดาห์
การใส่ปุ๋ย
ใส่ปุ๋ยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง โดยใช้สูตร 18-12-6 หรือ 20-20-0 อัตรา 20–40 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ใส่ปุ๋ยตอนเย็นและตามด้วยการรดพรมน้ำ เพื่อไม่ให้เม็ดปุ๋ยค้างบนใบหญ้าซึ่งอาจทำให้ใบลวกได้
การตัดหญ้า
ความยาวที่ควรตัดประมาณ 0.75–1.5 นิ้ว ตัดใบหญ้าทุก 10–14 วัน อย่าปล่อยให้ยาวมากจนหญ้าออกดอก เพราะจะทำให้สนามหญ้าดูไม่สวย
การกำจัดวัชพืช
ใช้เหล็กแบนขุดออกทั้งรากและอย่าให้หญ้าปนแก่จนดอกร่วง เพราะจะทำให้วัชพืชขึ้นมาใหม่อีก
ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข
ปัญหาสาเหตุวิธีแก้หญ้าตายหลังปลูกใหม่รดน้ำไม่พอช่วงสัปดาห์แรกรดน้ำ 4–5 ครั้ง/วันหญ้าตายเป็นหย่อมหนอนกระทู้กัดกินต้นและหน่อ ฉีดยากำจัดหนอนหญ้าเหี่ยวแห้งในหน้าแล้ง ขาดน้ำนานเกิน 1 เดือนรดน้ำอย่างน้อย 1 ครั้ง/สัปดาห์หญ้าบางลงปลูกในที่ร่มมากเกินไปย้ายหรือตัดแต่งเงาไม้
ข้อมูลสินค้า
รูปแบบ: เมล็ดพันธุ์
อัตราการงอก: ≥ 85%
อัตราการหว่าน: 5–10 กรัม/ตร.ม.
ระยะงอก: 7–14 วัน
ฤดูกาลเหมาะสม: ต้นฤดูฝน (พ.ค. – ก.ค.)
ดินที่เหมาะสม: ดินร่วน ดินร่วนปนทราย ดินเหนียว
แสงแดด: 6–7 ชั่วโมง/วัน (ต้องการแดดเต็มถึงแดดรำไร)



















รีวิว
ยังไม่มีบทวิจารณ์